รู้จักกันก่อน





Getting To Know More About ME



ที่จริง บล็อกนี้จะตั้งชื่อแต่แรกว่า Free mind to find me แล้ว มาเปลี่ยนเพราะ ที่ พัก ใจ จริงๆ

ชื่อ กรณาธิป แปลว่า เจ้าแห่งอินทรี (อำนาจและอิสรภาพ)
เกิดและโตที่ กรุงเทพฯ
ชอบอ่านหนังสือและนั่งสมาธิ
ปัจจุบันอายุ 29 ปีกับอีกหกเดือน
สมาชิกคนในครอบครัว คุณพ่อ คุณย่า กับ สุนัขเพศผู้ สายพันธุ์ ชิสุห์อีก 1 ตัว
คนไทยเชื้อสายพุทธโดยกำเนิดและโดยศรัทธา


ไม่ชอบปลาร้า กล้วย ทุเรียน
ชอบ ชีส ไข่ เต้าหู้ ขนมปัง

อ่านหนังสือได้ทุกแนว แนว ข้อคิด สติ เตือนใจ ธรรมะ จะชอบเป็นพิเศษ

ดูหนัง ฟังเพลง สากล ชอบ Imagine Dragon & Ariana Grande
ชื่นชอบและชื่นชม  Thanathorn Juangroongruangkit


บัณทิตอาสา รุ่นที่ 9
ดวงตะวันสันติภาพ รุ่นที่ 8
บัณทิตแก้ว รุ่นที่ 19
มัชฌิมธรรมทายาทหญิง รุ่นที่ 15
ธรรมทายาทหญิง รุ่นที่ 26
บุคคลากร รุ่นที่ 26
อุบาสิกา รุ่นที่ 24

บุคลิกภาพ นิยมสันติภาพ
เป็นผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์อย่างแท้จริง มักจะมองหาร่องรอยเล็กน้อยของความดีในคนไม่ดีหรือสถานการณ์ย่ำแย่ มองหาทางที่จะทำให้ดีขึ้น แม้ว่าจะถูกมองว่าเป็นคนสุขุม เก็บตัว หรือเขินอาย ผู้ไกล่เกลี่ยมีไฟและความมุ่งมั่นภายในใจที่พร้อมเปล่งออกมาเสมอ มีประชากรเพียง 4% เท่านั้นที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ย และมีความเสี่ยงที่จะถูกเข้าใจผิดอยู่มาก แต่พวกเขาเป็นกลุ่มคนที่คนอยากใช้เวลาด้วย ความปรองดองที่รู้สึกได้จะเป็นเหมือนกับน้ำพุแห่งความชื่นมื่นและสร้างแรงบันดาลใจ
เป็นคนมีหลักการนำทางมากกว่าเหตุผล ความตื่นเต้น หรือการปฏิบัติได้จริง เมื่อตั้งมั่นจะเดินหน้าแล้ว จะมุ่งไปยังเกียรติยศ ความสง่างาม จริยธรรม และความดีงาม แจนจะถูกชักนำด้วยความบริสุทธิ์ของเจตนารมย์ของพวกเขา ไม่ใช่ด้วยรางวัลหรือการลงโทษ คนที่มีบุคลิกภาพแบบผู้ไกล่เกลี่ยภาคภูมิใจกับความสามารถนี้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจแรงผลักดันที่อยู่เบื้อหลังความรู้สึกเหล่านั้นและอาจนำไปสู่การปลีกวิเวกในที่สุด
เรารู้ว่าเราเป็นใครแต่ไม่รู้ว่าอาจเป็นอะไรอื่นได้อีก
รับฟังทุกคนและเลือกพูดกับบางคน



ในช่วงเวลาที่ดีที่สุด คุณลักษณะทั้งหลายจะทำให้ผู้ที่มีบุคลิกภาพแบบผู้ไกล่เกลี่ยสามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างถ่องแท้ พูดเปรียบเปรยได้อย่างง่ายดาย และมีความเข้าใจและสร้างสัญลักษณ์เพื่อแบ่งปันแนวคิดของตนเอง จุดแข็งของการสื่อสารได้อย่างลึกซึ้งทำให้พวกเขาทำงานด้านครีเอทีฟได้ดี และเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจว่าคนดังที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยนั้นจะเป็นนักกวี นักเขียน และนักแสดง การเข้าใจตัวเองและรู้ว่าควรอยู่ ณ ที่ใดบนโลกนี้นั้นสำคัญกับบุคลิกภาพแบบผู้ไกล่เกลี่ย และพวกเขาสำรวจแนวคิดเหล่านี้ด้วยการนำเอาตนเองมาใส่อยู่ในผลงาน



พอมารู้จัก คนนี้ สาวชาวเอเซีย เหมือนกัน เธอชื่อ Maria Kondo  ชื่นชมมากและชื่นชอบตัวตนของเธอ

เธอเลยกลายมาเป็นไอดอล สักวันอยากดีจนเด่นสักเรื่อง แล้ว ดัง ได้แบบเธอคนนี้ เอาดีด้านการจัดตู้ สำหรับเราคือ โคตรเท่เลย ชอบนางมาก และเราอยากเก่งภาษา เพราะเราชอบเสพสากล


ความสามารถทางภาษาไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ภาษาแม่เท่านั้น ถือว่ามีพรสวรรค์ในการเรียนรู้ภาษาที่สอง (หรือสาม!) พรสวรรค์ในการสื่อสารถูกนำไปใช้กับความต้องการสร้างความปรองดองได้เป็นอย่างดี โดยช่วยให้มีแรงขับเคลื่อนไปข้างหน้าเพื่อค้นหาความหมายที่แท้จริง


สิ่งที่ต่างกับบุคลิกภาพอื่น ๆ คือ จะมุ่งเน้นความสนใจของตัวเองไปยังแค่คนสองสามคน ความคิดที่ควรค่าหนึ่งความคิด หากมีเรื่องประปรายมากเกินไปก็จะหมดพลัง หรืออาจปฏิเสธโลกและถูกความเลวร้ายที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในโลกนี้กลืนกิน เป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับเพื่อน ๆ  ที่จะมาหาเพื่อพึ่งพาภายนอกที่ดูสดใส555
ในบางเวลาหากไม่ระวัง อาจสูญเสียตัวตนไปกับการตามหาสิ่งดีงามโดยละเลยสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน เรามักตกอยู่ในห้วงความคิด ชื่นชอบพิจารณาความเป็นไปได้และแนวคิดปรัญชามากกว่าบุคลิกภาพประเภทอื่น ๆ สิ่งที่อาจมองข้ามไปคือ บุคลิกภาพแบบคนอย่างเราอาจหายหน้าหายตา เข้าไปอยู่ในโหมด “จำศีล” และอาจต้องใช้พลังงานจำนวนมากจากเพื่อนในการจะนำเรากลับมาสู่โลกแห่งความจริง
โชคดีเฉกเช่นกับดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ ความรัก ความคิดสร้างสรรค์ ความไม่เห็นแก่ตัว และความเชื่อมั่นในอุดมคติมักจะกลับมาหาเราเสมอ เป็นการให้รางวัลกับเราและคนที่เรารัก อาจไม่ได้มาอย่างมีเหตุผลหรือมีประโยชน์ แต่ด้วยมุมมองต่อโลกที่สร้างแรงบันดาลใจ ความรักใคร่ ความเมตตา และความสง่างามในทุกที่ที่เราไป

มีช่วงนึงของชีวิตที่ ตอนอกหักยังไม่แย่เท่าตอน หมดไฟ ในการทำงานเลย ไม่รู้ว่าเป้าหมายในชีวิตคืออะไร พรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำอะไร เคยคิดว่า ชายในฝันจะแบบ หนุ่มเมืองจันท์ เอาเข้าจริง โตมาขอแค่ไม่สัก ไม่สูบ ไม่เสพ แค่นี้พอ  พอถึงจุดหนึ่งเข้ามหาลัย หมดไฟก็ต้องเติม ต้องหาเป้าหมายใหม่ แต่หายังไง ต้องทำตัวยังไง แบบไหน มันคิดได้แค่ในระดับเปลือก แต่มันไม่รู้สึกมีอารมณ์ร่วม มันไม่อยากไขว่คว้า ไม่อยากทะเยอะทะยาน อยากอยู่เฉยๆ นิ่งๆ  แล้วก็หายวับไปเลย คล้ายๆกับ ไม่ได้อยากตาย แต่ก็ไม่ได้อยากอยู่ต่อไปแล้ว เบื่อหน่ายชีวิตที่ แม้จะมีสาระ แต่ไร้แก่นสาร ใดๆ
และแล้วพอได้โอกาสเข้ามาทางธรรม เริ่มคิดได้เอง เริ่มสอนตัวเองได้ เห็นคุณค่าในตัวเอง 

ก่อนหน้านี้ช่วงมัทยมปลายเคยร่วมชุมนุมทางการเมืองกับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ เมื่อปี2553 เคยถึงขั้นอยากขึ้นบริหารประเทศ ถ้ามีอำนาจอยากจะทำอย่างนั้น อยากจะปรับอันนี้ อยากเพิ่มตรงนั้น อยากเปลี่ยนจุดนี้ มาตระหนักทีหลังว่า เอาตัวเองให้ได้ดีก่อนดีกว่า 

จากนั้นเป็นต้นมา อยากบวช ขอแค่สุขภาพดี อย่างอื่นดีหมด เพราะเป็นคนไม่เก็บอะไรมาใส่ใจ จนบางทีเราว่ามันก็ เกินไป เรื่องบวช อยากบวชเรียน เพื่อทำความเข้าใจกับความต้องการจริงๆของตนเองก่อนให้แน่ใจว่าไม่ได้หลอกตัวเอง หรือ คิดว่าจะเป็นในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเรา  ทีนี้พอติดเงื่อนไขเรื่องเพศสภาพก็หาทางเข้าใกล้พระรัตนไตร พอได้นั่งสมาธิ ก็หยุดทุกอย่างอะไรก็ได้แล้วทีนี้ขอแค่ให้ได้นั่งสมาธิ  เพราะสมาธิที่นิ่งๆว่างๆคือความสุขแบบที่ชอบ แบบที่เราว่ามันใช่สุขจริงๆ เป็นเหตุให้ค่อนข้างหวงความสุขตรงนี้พอสมควร คือเราฝึกตัวเองให้รักษาความสงบของใจ ได้ค่อนข้างคงที่ และยังคงฝึกอยู่เรื่อยไป ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ 
ครั้งนึงเมื่อยังเล็กเคยติดในลิฟท์ ความที่โดนคุณพ่อแกล้ง แล้วพลาดท่าติดในลิฟท์จริงๆจนคุณพ่อต้องวิ่งขึ้นไปกดดักไว้ระหว่างชั้น ตอนนั้นคุณพ่อเล่าให้ฟังว่า ประตูลิฟเปิดมา ลูกแจนหน้าเสียเลย ไม่ร้องด้วย แต่เงียบไปเลย555 ทำให้ค่อนข้างฝังใจและขยาดกับการขึ้นลงลิฟคนเดียวมาตั้งแต่จำความได้  ไปค้างหอเพื่อนตอนเรียนมหาลัย หากไม่เกิน 8 ชั้น เลือกเดินเอาเองเลยจ้า ยกเว้นมีเพื่อนไปด้วย


เราเป็นคนที่ชอบอ่านมาก สมัยยังเด็กคุณพ่อและแม่เลี้ยง จะซื้อหนังสือให้เป็นของขวัญและรางวัลในทุกช่วงเทศกาลและทุกโอกาส ที่บ้านที่กรุงเทพเราจะมีห้องหนังสือ ของตัวเอง เป็นห้องเล็กๆน่ารัก รายล้อมรอบไปด้วยหนังสือ นักเขียนที่ชอบหลายคน
ติดตามงานของ ฮาร์ลาน โคเบน อ่านแล้วติด วางไม่ลง
หลงรักชายคนแรกก็ แฮร์รี่ พอตเตอร์ นี่แหล่ะ 



เข้าใจความเด็ก 'ว่าง่าย" แต่ดื้อเงียบ มาทั้งชีวิต พ่อไปรับไปส่งเรียนหนังสือ ไม่เคยดื่มเหล้าเข้าผับ ห้ามพูดคำหยาบเพราะจะโดนตี ห้ามตบยุง ให้ไปเที่ยวกับเพื่อนได้แต่ ห้ามใส่กางเกงขาสั้น นั่นแหล่ะ มันหลอมจนทำให้เราเป็นเรามาจนถึงทุกวันนี้ ก็ไม่รู้เหมือนกัน บางครั้งมันก็ทำให้เราไม่กล้าที่จะอยากทำตามใจตัวเองจนเกินไป ชีวิตวนอยู่กับพี่น้อง ญาติที่เป็นผู้หญิง เสียส่วนใหญ่ จึงมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันมากกว่าเพศตรงข้าม ทำให้เวลา คุยกับคนไม่คุ้นเคยก็จะมีประหม่าบ้างเหมือนกัน
เมื่อปีที่แล้ว เราไปรู้จักพี่สาวคนนึงเราชอบมาก ความเป็นกันเอง ความใส่ใจ เราอยากอยู่กับเขา แต่ในทางกลับกัน เรารู้สึกว่าพี่อีกคนจริงใจและจริงจัง คนละธาตุกับเรา แต่เขาเก่ง  และในท้ายที่สุดเราเลือกที่จะอยู่กับพี่ที่เก่งเพราะเป็นสิ่งที่เราอยากพัฒนาตนเอง และที่สำคัญ พี่สาวคนนี้ คือ เก่งและดี เพียงเท่านี้ เท่านั้นที่ได้ใจเราไป




ยิ่งโตยิ่งเข้าใจว่ารอบข้างจะมีแต่คนที่เราถูกใจ ตรงจริตกับเราอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องปรับเข้าหาทุกคน มีทั้งคนที่เป็นเพื่อน เป็น พี่สาว เป็นกัลยาณมิตร มีพี่คนนึงบอกกับเราว่า จำไว้ให้ดี..

" บางทีเราก็ต้องหัดปฏิเสธบ้าง รู้จักใจแข็งกับสิ่งที่มันตรงข้ามกับหัวใจ รู้จักใจร้ายกับคนที่เขาไม่เคยใจดี รู้จักไม่ยอมคนกับคนที่เขาเอาเปรียบ รู้จักแคร์คนที่เราควรแคร์บ้างเถอะ "  อันนี้เราเข้าใจและพยายามปรับปรุงตนเอง เพราะโลกในสายตาเรา มุมมองต่อโลกสำหรับเรา โลกสวยน่ะ บอกเลย555

ชีวิตคนอ่ะนะ ผ่านมา 29 ปี มันไม่จบลงได้ในบทความเดียว เขียนคงยาวเป็นชีวประวัติ มันมีอีกหลายบทบาท หลายตัวตน แต่ทั้งหมดคือตัวเรา ที่เราเลือกที่จะนำมาเขียน และเลือกที่จะไม่เอ่ยถึง เท่านั้นเอง 

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม